แมลงปอ ( Dragonfly ) เป็นแมลงมีปีก 4 ปีก กินแมลงเป็นอาหาร บางคนเรียกว่า นักล่าแห่งเวหา เพราะมีความสามารถในการบินสูงมาก แมลงปอสามารถบินได้ไกลถึง 100 ก.ม. การขยับปีกขึ้น-ลง จะใช้ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 500 ครั้งต่อวินาที
ประเภทและชนิด
ประเภทและชนิด
แมลงปอในโลกนี้มีอยู่มากกว่า 5,000 ชนิด(species) จัดอยู่ประมาณ 500 สกุล ซึ่งศาสตราจารย์ G.H.Carpenter ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ แบ่งแมลงปอออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ โดยดูจากลักษณะของเส้นปีก รูปร่างปีก และลักษณะการวางปีกขณะเกาะอยู่ แบ่งเป็น
1. กลุ่มแมลงปอบ้าน มีลักษณะตัวใหญ่ สีเข้ม หัวโต ตากว้างแต่ไม่โปน ปีกคู่หลังใหญ่กว่าปีกคู่หน้า เวลาเกาะจะกางปีกในแนวราบ
2. กลุ่มแมลงปอเข็ม มีตัวเล็ก ตาโปน ปีกคู่หลังมีขนาดเท่ากับปีกคู่หน้า เวลาเกาะจะหุบปีก ในประเทศไทยมีการค้นพบแมลงปอมากกว่า 295 ชนิด
ประวัติการศึกษาแมลงปอในไทย
แมลงปอชนิดแรกและเป็นชนิดเดียวจากไทยที่ได้รับการตั้งชื่อในปี ค.ศ. 1877 คือเมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีมานี่เอง เป็นแมลงปอเข็มชนิดหนึ่งที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ Stenobasis oscillansแต่ชื่อของแมลงปอชนิดนี้ในปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็น Arcbibasis oscillans (Selys) ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์ของแมลงปอที่เก่าแก่ที่สุด ที่พบได้ในประเทศไทย แต่ได้รับการตั้งชื่อมาก่อนจากประเทศอื่นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1770 คือนานกว่าสองร้อยปีมาแล้ว ได้แก่ Libellula servilia และ Libellula sabina แมลงปอทั้ง 2 ชนิดนี้ปัจจุบันได้แก้ไขชื่อเป็นแมลงปอบ้านบ่อ Crocothemis servilia servilia- (Drury) และแมลงปอบ้านเสือลาย Orthetrum sabina sabina (Drury) จัดเป็นแมลงปอบ้านที่หาง่ายมากและมีทั่วไปแทบทุกหนทุกห่งอย่างกว้างขวางในหลายส่วนของโลก
ในปี ค.ศ. 1904 มาร์ติน(Martin) ชาวฝรั่งเศส ได้รายงานแมลงปอที่จับจากเขตอินโดจีน โดยมีหลายสิบชนิดถูกระบุว่าพบจากไทยและมีแมลงปอเสือ 1 ชนิดคือ Heterogomphus-unicolor เป็นแมลงปอชนิดใหม่ที่พบและอาจเป็นตัวที่ 2 ที่ได้รับการตั้งชื่อจากไทย แมลงปอทั้งหมดนี้ได้จากคณะสำรวจมิชชั่นพาวี (Mission Pavie) ระหว่างปี ค.ศ. 1879-1895 ต่อมาเซอร์วิลเลียมสัน ( Sir W. Williamson ) ชาวอังกฤษได้รวบรวมแมลงปอจากไทยที่จับในปี ค.ศ.1923-1924 ส่งไปให้เฟรเซอร์ ( Fraser ) เขียนเป็นรายงานออกมาในปี ค.ศ.1927 ซึ่งเป็นแมลงปอที่ มากถึง 2,890 ตัว ในปีเดียวกันนั้นเอง เลดลอว์ ( Laidlaw ) ได้พบแมลงปอบ้านชนิดใหม่จากไทยและตั้งชื่อไว้ว่า Urothemis abbotti เลดลอว์ได้สำรวจแมลงปอ ในเขตภาคใต้ของไทย ได้เขียนเป็นรายงานออกมาในปี ค.ศ1931 อีก 1 ปี ถัดมา เฟรเซอร์ได้รายงานแมลงปอที่ ดร.เคอร์ (Dr. kerr) จับได้จากอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีแมลงปอชนิดใหม่ถึง 3 ชนิดต่อมาในปี ค.ศ. 1933,1934 และ1936 เฟรเซอร์ได้พิมพ์ตารางเกี่ยวกับแมลงปอจากเขตอินเดีย(รวมถึงอินโดจีนและไทยด้วย) มีทั้งหมด 3 เล่มใหญ่ ( Fauna of British India Vol. 1-3 ) จัดเป็นตำราที่ทรงคุณค่าและยังใช้ได้ดีมากจนถึงปัจจุบัน ลิฟทิ้งค์ ( Lieftinck ) เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านแมลงปออีกท่านหนึ่ง ที่ทำการสำรวจและรายงานแมลงปอจากมาเลเซียและภาคใต้ของไทยได้พิมพ์ผลงานไว้ในปี ค.ศ. 1954 ซึ่งค่อนข้างจะก้าวเข้าสู่ยุคปัจจุบันมากขึ้น.....
1. กลุ่มแมลงปอบ้าน มีลักษณะตัวใหญ่ สีเข้ม หัวโต ตากว้างแต่ไม่โปน ปีกคู่หลังใหญ่กว่าปีกคู่หน้า เวลาเกาะจะกางปีกในแนวราบ
2. กลุ่มแมลงปอเข็ม มีตัวเล็ก ตาโปน ปีกคู่หลังมีขนาดเท่ากับปีกคู่หน้า เวลาเกาะจะหุบปีก ในประเทศไทยมีการค้นพบแมลงปอมากกว่า 295 ชนิด
ประวัติการศึกษาแมลงปอในไทย
แมลงปอชนิดแรกและเป็นชนิดเดียวจากไทยที่ได้รับการตั้งชื่อในปี ค.ศ. 1877 คือเมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีมานี่เอง เป็นแมลงปอเข็มชนิดหนึ่งที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ Stenobasis oscillansแต่ชื่อของแมลงปอชนิดนี้ในปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็น Arcbibasis oscillans (Selys) ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์ของแมลงปอที่เก่าแก่ที่สุด ที่พบได้ในประเทศไทย แต่ได้รับการตั้งชื่อมาก่อนจากประเทศอื่นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1770 คือนานกว่าสองร้อยปีมาแล้ว ได้แก่ Libellula servilia และ Libellula sabina แมลงปอทั้ง 2 ชนิดนี้ปัจจุบันได้แก้ไขชื่อเป็นแมลงปอบ้านบ่อ Crocothemis servilia servilia- (Drury) และแมลงปอบ้านเสือลาย Orthetrum sabina sabina (Drury) จัดเป็นแมลงปอบ้านที่หาง่ายมากและมีทั่วไปแทบทุกหนทุกห่งอย่างกว้างขวางในหลายส่วนของโลก
ในปี ค.ศ. 1904 มาร์ติน(Martin) ชาวฝรั่งเศส ได้รายงานแมลงปอที่จับจากเขตอินโดจีน โดยมีหลายสิบชนิดถูกระบุว่าพบจากไทยและมีแมลงปอเสือ 1 ชนิดคือ Heterogomphus-unicolor เป็นแมลงปอชนิดใหม่ที่พบและอาจเป็นตัวที่ 2 ที่ได้รับการตั้งชื่อจากไทย แมลงปอทั้งหมดนี้ได้จากคณะสำรวจมิชชั่นพาวี (Mission Pavie) ระหว่างปี ค.ศ. 1879-1895 ต่อมาเซอร์วิลเลียมสัน ( Sir W. Williamson ) ชาวอังกฤษได้รวบรวมแมลงปอจากไทยที่จับในปี ค.ศ.1923-1924 ส่งไปให้เฟรเซอร์ ( Fraser ) เขียนเป็นรายงานออกมาในปี ค.ศ.1927 ซึ่งเป็นแมลงปอที่ มากถึง 2,890 ตัว ในปีเดียวกันนั้นเอง เลดลอว์ ( Laidlaw ) ได้พบแมลงปอบ้านชนิดใหม่จากไทยและตั้งชื่อไว้ว่า Urothemis abbotti เลดลอว์ได้สำรวจแมลงปอ ในเขตภาคใต้ของไทย ได้เขียนเป็นรายงานออกมาในปี ค.ศ1931 อีก 1 ปี ถัดมา เฟรเซอร์ได้รายงานแมลงปอที่ ดร.เคอร์ (Dr. kerr) จับได้จากอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีแมลงปอชนิดใหม่ถึง 3 ชนิดต่อมาในปี ค.ศ. 1933,1934 และ1936 เฟรเซอร์ได้พิมพ์ตารางเกี่ยวกับแมลงปอจากเขตอินเดีย(รวมถึงอินโดจีนและไทยด้วย) มีทั้งหมด 3 เล่มใหญ่ ( Fauna of British India Vol. 1-3 ) จัดเป็นตำราที่ทรงคุณค่าและยังใช้ได้ดีมากจนถึงปัจจุบัน ลิฟทิ้งค์ ( Lieftinck ) เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านแมลงปออีกท่านหนึ่ง ที่ทำการสำรวจและรายงานแมลงปอจากมาเลเซียและภาคใต้ของไทยได้พิมพ์ผลงานไว้ในปี ค.ศ. 1954 ซึ่งค่อนข้างจะก้าวเข้าสู่ยุคปัจจุบันมากขึ้น.....


แมลงปอหรอ
ตอบลบน่ารักดีนิ
..............
ชิมิ
สู้ต่อไป
ตอบลบแมลงปอ
อิอิ
.................
โห
ตอบลบปอแก้ว
สุดยอด
ทักทาย
ตอบลบอีกที
..............
เปิงงะทำเรื่องหนี้
ตอบลบมันเป๋นจื้อคิงหนีหว่า
555+++
เม้นมาให้ด้วยนะ
ตอบลบแมลงปอสวยดีเน้อ
...........
แรงนะจร้าน้องแมงปอ
ตอบลบ55++++
เหมิอนกะคนทำเยยมุมุ
ไอ่
ตอบลบแก้ว
ทำไม
ไม่เอา
เรื่องไก่
ไอ่ปอ
ตอบลบเพื่อนเลิฟ
แมลงปอ
ตอบลบสมกับชื่อ
น่ารักดีนะแมลงปอ
ตอบลบแมลงปออออออสวยจัง
ตอบลบแมลงปอสวยจัง
ตอบลบสวยดีเน้อ
ตอบลบ..............
ปอมาเม็นหื้อฮา
ตอบลบพ้องก่าบ่า
หน้าจะมีเพลง แมงปอ มาให้ฟังด้วยนะ
ตอบลบ